<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2019 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2019 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรอ.มั่นใจอีอีซีบูมมากลงทุนโรงงานโตกว่าเท่าตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค. 2562 นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบตัวเลขการตั้งและขยายโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) พบว่าปีนี้มูลค่าการลงทุนรวมใน 3 จังหวัดอีอีซี ประกอบด้วย ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา สูงถึง 75,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของ 2 ปีย้อนหลังพบว่าสูงขึ้นมาก เพราะปี 2560 มีการมูลค่าลงทุนรวม 33,000 ล้านบาท และปี 2561 มีมูลค่าลงทุนรวม 25,000 ล้านบาท เนื่องจากนักลงทุนให้ความสนใจหลังรัฐบาลเดินหน้านโยบายอีอีซี โดยตลอดทั้งปีนี้คาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนรวมทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 430,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 20% และในมูลค่าลงทุนรวมนี้คาดว่าจะเป็นเงินทุนเฉพาะพื้นที่อีอีซีไม่ต่ำกว่า 60%

รายงานข่าวแจ้งว่า ยอดการขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน(ร.ง.4)และขยายกิจการในอีอีซี ช่วงเดือนม.ค. - 11 ก.ค.

2562 มีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 272 โรงงาน ลดลง 13.37% จากช่วงเดียวกันในปี 2561 ที่มีอยู่ 314 โรงงาน มูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 75,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 190.69% จากช่วงเดียวกันของปี 2561 อยู่ที่ 25,800ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการเปิดกิจการใหม่ มีจำนวน&amp;nbsp;

206 โรงงาน ลดลง 15.91% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีอยู่ 245 โรงงาน มูลค่าการลงทุน 38,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;

118.39% เมื่อเทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 17,400 ล้านบาท การขยายกิจการมีจำนวน 66 โรงงาน ลดลง 4.34% จากช่วงเดียวกันของปีที่

ผ่านมาที่มีอยู่ 69 โรงงาน มูลค่าการลงทุน 37,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 344.71% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 8,320 ล้านบาท

ทั้งนี้อุตสาหกรรมที่มีจำนวนเปิดกิจการใหม่และขยายกิจการที่มีมูลค่ามากที่สุดในช่วงดังกล่าว ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากแหล่งปิโตรเลียม 21,700 ล้านบาท อุตฯผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์รวมทั้งการซ่อมยานพาหนะและอุปกรณ์ มูลค่า

การลงทุน 4,930 ล้านบาท อุตฯเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ 4,410 ล้านบาท อุตฯผลิตภัณฑ์พลาสติก 2,690 ล้านบาท&amp;nbsp; อุตฯผลิตภัณฑ์โลหะ 958 ล้านบาท&amp;nbsp;

&amp;quot;จ.ชลบุรีมีการการขอใบอนุญาตประกอบกิจการ ร.ง.4 และขยายกิจการมากที่สุด จำนวน 149 โรงงาน จ.ระยอง จำนวน 74 โรงงาน จ

.ฉะเชิงเทรา จำนวน 49 โรงงาน ขณะที่มูลค่าการลงทุนสูงสูดอยู่ที่ จ.ชลบุรี 45,800 ล้านบาท จ.ระยอง 18,900 ล้านบาท และ จ.ฉะเชิงเทรา 10,200 ล้านบาท&amp;quot;รายงานข่าวระบุ
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41570</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมโรงงาน, ทองชัย  ชวลิตพิเชฐ, ลงทุนอีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf118946f7eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2019 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2019 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรอ.เร่งพัฒนาขอรง.4ผ่านอีไลเซนส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โรงงานเฮ! กรอ.เร่งพัฒนาระบบออนไลน์ พิจารณาออกใบ ร.ง.4 ผ่านอี-ไลเซนส์ คาดเป็นรูปธรรมปี 63 สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน ชี้ พ.ร.บ.ใหม่ โรงงานขนาดเล็ก 7 หมื่นแห่งยังถูกตรวจสอบสิ่งแวดล้อมเข้มงวดเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย. 62- นายทองชัย &amp;nbsp;ชวลิตพิเชฐ &amp;nbsp;อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯอยู่ระหว่างการพัฒนาจัดทำระบบออกใบอนุญาตอิเล็กทรอนิกส์ (อี-ไลเซนส์) ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) &amp;nbsp;ซึ่งเป็นระบบการออกใบอนุญาตแบบออนไลน์ตามนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ และสร้างความโปร่งใสในการบริหารงาน คาดว่าระบบอี-ไลเซนส์จะสามารถนำมาใช้เป็นรูปธรรมได้ภายในปี 63 ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรามีนโยบายที่ชัดเจน ในการสร้างความเชื่อมั่นกับนักลงทุนที่จะตั้งโรงงาน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ลดขั้นตอนในการขอใบอนุญาต โดยปัจจุบันได้จัดทำคู่มือและรายละเอียดเอกสารขั้นตอนต่าง ๆ ครบถ้วน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ ทั้งนี้ยังได้ประกาศไม่ให้มีการรับผลประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามในอดีตที่ผ่านมาการพิจารณา ร.ง.4 จะใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่ปัจจุบันนี้ได้พัฒนาและลดขั้นตอนที่รวดเร็ว หากเอกสารครบและถูกต้อง จะใช้เวลาการพิจารณาไม่เกิน 30 วันและหากนำระบบอี-ไลเซนส์มาใช้ก็จะยิ่งรวดเร็วและตรวจสอบได้ง่ายอีกด้วย&amp;rdquo; นายทองชัย กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผลของการปรับลดขั้นตอนในการอนุญาตใบ ร.ง.4 รวมถึงนโยบายส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาล ทำให้สถานการณ์การขอใบอนุญาต ร.ง.4 มีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยระหว่างวันที่ 1 ม.ค. &amp;ndash; 23 เม.ย. 62 มียอดประกอบกิจการใหม่และขยายกิจการ ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนเพิ่มสูงถึง 68% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหรือกว่า 60,000 ล้านบาท ขณะที่การจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นประมาณ 10% หรือเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 5,000 คน โดยอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการลงทุนสูงในช่วงดังกล่าว ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และอุตสาหกรรมอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทองชัย กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับ พ.ร.บ.โรงงาน (ฉบับใหม่) &amp;nbsp;ที่ได้รับความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เช่น ระบุว่าอาจเกิดผลกระทบจนทำลายระบบสิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยเฉพาะประเด็นของโรงงานขนาดเล็กที่มีเครื่องจักรกำลังต่ำกว่า 50 แรงม้าและมีคนงานต่ำกว่า 50 คนประมาณ 70,000 แห่ง ไม่ถือเป็นโรงงาน และจะทำให้ไม่มีการเข้าควบคุม ดูแล กวดขัน เฝ้าระวัง ตรวจติดตามตามกฎหมายอีกต่อไป ขอชี้แจงว่าโรงงานขนาดเล็กในปัจจุบันก็ยังอยู่ภายใต้การบังคับของกฎหมายอื่น ๆ อีกมาก เช่น กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร &amp;nbsp;กฎหมายว่าด้วยการผังเมือง กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พ.ร.บ.โรงงาน (ฉบับใหม่) เป็นประโยชน์แก่ภาคอุตสาหกรรมของประเทศ รวมถึงไม่ก่อให้เกิดปัญหาเรื่องมลพิษ จะช่วยสร้างความโปร่งใส และเรื่องของการตรวจสอบนั้น ขอให้มั่นใจว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงมีการตรวจสอบที่เข้มงวดเหมือนเดิม&amp;rdquo; นายทองชัย กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34708</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมโรงงานอุตสาหกรรม, ทองชัย  ชวลิตพิเชฐ, โรงงาน, ใบอนุญาตอิเล็กทรอนิกส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc6c024b237a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2019 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2019 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรอ. จี้โรงงานประหยัดน้ำฝ่าวิกฤติภัยแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เมษายน 2562 &amp;nbsp;นายทองชัย &amp;nbsp;ชวลิตพิเชฐ &amp;nbsp;อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่ากรมฯได้แจ้งขอความร่วมมือไปยังโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศให้ช่วยกันประหยัดการใช้น้ำในภาคอุตสาหกรรมและลดปริมาณน้ำทิ้งจากโรงงานเพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ด้วยการนำนโยบาย 3 อาร์ (รีดิวซ์-Reduce, รียูส-Reuse, รีไซเคิล-Recycle) ในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในระดับสูงสุด &amp;nbsp;คือ ลดปริมาณการใช้หรือใช้น้ำน้อยเท่าที่จำเป็น การหมุนเวียนใช้น้ำซ้ำ และการบำบัดเพื่อนำน้ำมาใช้ใหม่ ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดน้ำแล้วยังเป็นการส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกในการช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมตามนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้อยากฝากถึงผู้ประกอบการโรงงานว่าช่วงนี้เป็นช่วงหน้าแล้ง ปริมาณน้ำมีน้อย อยากให้ช่วยกันดูแลการประกอบกิจการไม่ให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน อย่างไรก็ตาม ขอฝากถึงประชาชนด้วยว่า หากพบเห็นความผิดปกติเกี่ยวกับโรงงานที่อาจก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม สามารถร้องเรียนได้ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือที่สายด่วนกรมโรงงานอุตสาหกรรม 1564 โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมยินดีที่จะออกไปตรวจสอบและดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย&amp;rdquo; นายทองชัยฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันกรมฯยังมีการเผยแพร่คู่มือเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานใช้น้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านเว็บไซต์ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม พบว่า มีโรงงานจำนวนมากให้ความร่วมมือ นำข้อมูลจากคู่มือไปปฏิบัติ ทำให้เกิดการบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดต้นทุนค่าใช้จ่ายภายในโรงงาน โดยภายในปี 61 ตั้งแต่เดือนม.ค.-ธ.ค. &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบโรงงาน พบว่า โรงงาน 92 ราย มีปัญหาเรื่องน้ำเสียที่เกิดจากการประกอบกิจการ กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้สั่งการให้ปรับปรุงแก้ไขเรียบร้อยแล้ว 91 ราย เหลืออีก 1 ราย ที่อยู่ในระหว่างการปรับปรุงแก้ไข ส่วนในปี 2562 พบว่า มีปัญหาเรื่องน้ำเสีย 21 ราย และปัจจุบัน กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ดำเนินการแก้ปัญหาแล้ว 17 ราย เหลืออีก 4 รายอยู่ระหว่างการตรวจสอบและติดตามอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรามีแผนในการเข้าไปตรวจสอบอย่างเข้มงวด และให้ความรู้กับโรงงานโดยตลอด ซึ่งในปัจจุบันทางกรมฯ ได้จัดทีมลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการระบายน้ำทิ้งออกจากโรงงานเกินเกณฑ์มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดก็จะสั่งการให้โรงงานดำเนินการปรับปรุงแก้ไข หากกรณีที่เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงจะให้โรงงานหยุดประกอบกิจการชั่วคราว เมื่อครบกำหนดแล้วพบว่าโรงงานยังไม่มีการดำเนินการแก้ไข จะสั่งให้หยุดประกอบกิจการอย่างถาวรพร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย&amp;rdquo; นายทองชัยฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทองชัยฯ กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;สถานการณ์น้ำในปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหรือในเขื่อนต่าง ๆประมาณ 50,000 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 59% ของน้ำเต็มความจุ คาดว่าในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. ในภาคอุตสาหกรรมจะมีการใช้น้ำประมาณ 720 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยส่วนของโรงงานอุตสาหกรรมจะมีสัดส่วนการใช้น้ำประมาณ 3% ภาคเกษตรกรรม 62% และอุปโภค บริโภค 11% อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่าฝนจะตกตามปกติในช่วงปลายเดือน พ.ค. นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34163</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทองชัย  ชวลิตพิเชฐ, ประหยัดน้ำหน้าแล้ง, ลดการใช้น้ำ, อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190422/image_big_5cbd2243af334.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
